View:

เจาะใจ อ้วน รีเทิร์น กับชีวิตที่พึ่งยานอนหลับมากว่า 30 ปี
ชม: ช่วง Talk 1  - ช่วง Talk 2
---------------------------------------------------------
ภารกิจ เที่ยวช่วยชาติ ตอน 2
ชม: ช่วง Talk 1  - ช่วง Talk 2
---------------------------------------------------------
ภารกิจ เที่ยวช่วยชาติ ตอน 1
ชม: ช่วง Talk 1  - ช่วง Talk 2
---------------------------------------------------------

>>* คลิกชม เจาะใจ ตอนที่ผ่านมา ได้ที่ Manytv


ความคิดเห็นที่  62  โดย: มีนต๊  2009-03-24 15:32
ชอบพี่เหมี่ยวมากๆคะ ติดตามผลงานตลอด ชอบความคิดของพี่เหมี่ยว และได้นำความคิดของพี่เหมี่ยวมาใช้ในชีวิตประจำวันเสมอ ทำให้ชีวิตในทุกวันนี้เรียบง่าย และทำอะไรก็มีสติมากขึ้น จากเมื่อก่อนเป็นคนใจร้อน ขอบคุณพี่เหมี่ยวมากๆนะคะ ที่ทำให้ชีวิตของดิฉันมีความสุขมากขึ้น
ความคิดเห็นที่  61  โดย: กนก  2009-03-19 22:57
คุณเหมียว เหมือนนางฟ้า ที่มานำทางให้คนได้ขึ้นสวรรค์เลยคะ ดิฉันดูในทีวีแล้วชอบคุณเหมียวมากๆมันส์มากสำหรับทุกเรื่องที่คุณเหมียวเล่า เคยมีคนชวนเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ดิฉันก็รู้สึกเฉยๆไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เพราะคิดว่าน่าเบื่อ แต่หลังจากดูรายการเจอะใจได้ฟังเรื่องราวของคุณเหมียวแล้ว มันอยากไปปฏิธรรมขึ้นมาเลย คุณเหมียวทำได้ยังไง?งง มากเลย ยังไงดิฉันก็ต้องขอบคุณ รายการเจาะใจ กับคุณเหมียวมากๆนะคะ
ความคิดเห็นที่  60  โดย: มอลลี่  2009-03-19 22:37
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณเหมียวก่อนนะคะ ดูแล้วได้แง่คิดมากมายเลยคะ เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตัวเอง เลยเข้าใจคุณเหมียวที่ต้องอดทนเป็นอย่างมาก ตอนนี้ดิฉันได้เลิกกับเขาแล้วคะดิฉันคิดว่าชาติก่อนดิฉันคงทำกรรมไว้กับเขาเยอะ ชาตินี้ดิฉันเลยต้องชดใช้กรรม คิดได้แบบนี้มันทำให้ดิฉันสบายใจคะ ตอนนี้ดิฉันมีความสุขดีกับคนรักใหม่แล้ว และเลือกทางเดินเดียวกันกับคุณเหมียวคะ คุณเหมียวได้สร้งบุญสร้งกุศลไว้เยอะนะคะแค่คุณเหมียวบอกเล่าวิธีและแนวทางในการปฏิบัติธรรมโดยเอาเรื่องส่วนตัวมาเล่า ทำให้เข้าใจง่าย ว่าเราควรทำอย่างไรหากเจอปัญหา มอลลี่ไม่มีโอกาสได้สร้งบุญแบบคุณเหมียว แต่อย่างน้อยมอลลี่ขอทำตามที่คุณเหมียวได้แนะนำ เพื่อที่จะขอเดินตามคุณเหมียวไปในทางที่ดี คือทางธรรม
ความคิดเห็นที่  59  โดย: hoole  2009-03-13 18:18
อยากรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=21043

http://www.watkoh.com/forum/index.php?topic=1727.0
ความคิดเห็นที่  58  โดย: เหมียวค่ะ  2009-03-08 00:53
ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำติชมจากทุกๆท่านนะคะ ขอน้อมรับด้วยความอ่อนน้อมคะ
เหมียวเพิ่งเริ่มปฏิบัติธรรมคะ กรรมที่ทำมามันมากมายนัก เลยต้องมาเจอเรื่องราวที่ทำให้เสียใจหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ น้อมรับเหมือนกัน เหมียวทำมาก็ต้องรับไว้ค่ะ โชคดีที่เริ่มมีธรรมะแล้วไม่งั้นคงแย่กว่านี้หลายเท่านัก
เหมียวปฏิบัติธรรมของท่านอ.จ.โกเอ็นก้าค่ะ ดูข้อมูลและสมัครได้ที่ www.thaidhamma.net คะ
ขอกราบขอโทษนะคะที่เข้ามาตอบนับช้ามากๆ มัวแต่ตอบ webboard และ email ที่เข้ามา กว่า ๔๐๐ ข้อความคะ พิมพ์ภาษาไทยยังช้ามากเลยใช้เงลามากหน่อย แต่ตอบทุกข้อความด้วยตัวเองคะ เพราะทุกท่านเขียนมาหาด้วยใจ เหมียวก็ตอบด้วยใจเหมือนกัน
เรื่องที่ถามมา ๕ ข้อมี ศีลเสมอกัน มีสัจจะเสมอกัน มีจาคะ หรือความเสียสละเสมอกัน มีทมะ หรือความอดกลั้นเสมอกัน และมีขันติหรือความอดทนเสมอกันค่ะ

เรือ่งไปพูดธรรมะแบบไม่คิดเงินไม่มีปัญหานะคะ รบกวนติดต่อที่ warattada@gmail.com นะคะ

มีหลายท่านเขียนมาว่าอยากคุยด้วย รบกวนเขียน email มาที่อยู่ข้างต้นนะคะ หรือเข้าไปทิ้งข้อความได้ที่ www.meowwarttada.com คะ เมื่อกี้ก็เพิ่งตอบในเว๊บครบแล้ว เหลือ email อีก ๕๐ ค่ะ

ขอขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งนะคะ กำลังใจที่ทุกท่านให้มีความหมายกับเหมียวมากค่ะ

ขอให้ทุกท่านพบความสุขที่แท้จริง ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะคะ

เหมียว
ความคิดเห็นที่  57  โดย: pim  2009-03-07 18:14
รายการเจาะใจเป็นรายการที่ดีมาก
รายการนี้สามารถเปลี่ยนชีวิตให้กับหลายๆคน
เรื่องราวของคุณเหมียวทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น ทำให้คิดได้ :)
รายการนี้สุดยอดจิงๆ
ความคิดเห็นที่  56  โดย: daover  2009-03-03 21:47
เป็นการดีมากคะ ที่พี่เหมี่ยวได้เจอพระพุทธศาสนา และมาตีแผ่เรื่องราวให้ได้รับรู้

ด้วยความที่พี่เหมียวพูดจาสนุกฟังแล้วชวนให้ไม่รู้สึกเบื่อเวลาฟัง

คนสมัยนี้ห่างไกลพุทธศาสนามาก

ขอให้พี่เหมียวนำเรื่องราวมาตีแผ่อีกนะคะ

เมื่อเรารู้พื้นฐานแล้ว ต้องปฏิบัติคะถึงจะได้ผล
ความคิดเห็นที่  55  โดย: แก้มป่อง  2009-03-01 10:34
ชอบที่พี่เหมียวให้แง่คิดมากค่ะ
ฟังครั้งที่ 2 แล้ว
ความคิดเห็นที่  54  โดย: mam  2009-02-26 19:18
อยากคิดได้อย่างคุณเหมียวจังค่ะ นับถือหัวใจจริง ๆ
ความคิดเห็นที่  53  โดย: น้ำ  2009-02-26 01:32
ชอบความคิดคุณเหมียวมากค่ะ
ทำให้มุมมองเปลี่ยน ไม่คิดทำอะไรร้ายๆ ลงไป ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่  52  โดย: pan.da.tuk.ta  2009-02-25 18:46
\" highway to hell \" ทำให้ดิฉัน สัมผัส \"การลืมอารมณ์\" ทันที ตอนนี้ นิ่งค่ะ ขอบคุณมากๆสำหรับ ธรรมทานครั้งนี้
ความคิดเห็นที่  51  โดย: อ้วนจัง  2009-02-25 14:45
คุณเหมียวเก่งจริงๆ และขอบคุณที่แนะแนวทางการดำเนินชีวิตดีๆให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่  50  โดย: เห็นธรรม  2009-02-25 14:25
อยากฝากข้อคิดสำหรับผู้ปฏิบัติ ความก้าวหน้าของการปฏิบัติภาวนาวัดได้จาก เวลามีเหตุร้ายมากระทบแล้วจิตใจเป็นเช่นไร จิตไม่หวั่นไหวเลย หรือหวั่นไหวเพียงเล็กน้อย หรือ พอรู้สึกหวั่นไหวก็ได้สติรู้สึกตัวรู้เท่าทันอารมณ์ที่หวั่นไหวนั้น แล้วมันก็ค่อยดับไป

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ปฏิบัติภาวนา พอมีเหตุร้ายมากระทบจิตใจ เขาจะทุกข์มากเพราะความยึดถือในความเป็นตัวเรา ของเรา ไม่มีปัญญารู้แจ้งในการละวางความรู้สึกว่าเป็นตัวเรา ของเรา

ขอบคุณรายการเจาะใจที่เป็นสื่อกลางให้คนได้เข้าใจธรรมะมากขึ้น

ธรรมะมิใช่สำหรับคนกำลังทุกข์ แต่ธรรมะสำหรับมนุษย์ทุกคนที่ไม่ต้องการใช้ชีวิตประมาท
ความคิดเห็นที่  49  โดย: น้อง  2009-02-24 17:39
ธรรมมะเป็นของล้ำค่าค่ะ เมื่อรู้แล้วก็ลองไปปฎิบัติกันนะคะดีมากๆ

หนูเป็นเด็กยังเข้าปฎิบัติเลยแต่เป็นหลักสูตรสำหรับเด็ก 1 วัน สอบโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่  48  โดย: Aum  2009-02-24 15:54
ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆ ของการดำเนินชีวิตควบคู่ไปกับธรรมะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากเลยค่ะ โดยส่วนตัว สนใจในธรรมะอยู่เหมือนกันค่ะ รู้สึกสบายใจขึ้นมากเลยค่ะ ตอนนี้กำลังหาซื้อหนังสือของคุณเหมียวค่ะ ไม่ทราบมีจำหน่ายที่ไหนบ้างค่ะ
ความคิดเห็นที่  47  โดย: hunny  2009-02-23 15:08
ขอบคุณคุณเหมียวสำหรับแง่คิดดีๆ ในการดำรงชีวิตจากการใช้ธรรมะมาเป็นตัวเตือนสติ และประสบการณ์ดีๆ ที่คุณเหมียวนำมาเสนอในรายการ
ความคิดเห็นที่  46  โดย: kik....  2009-02-21 23:03
หนูอายุแค่ 19 ปี กะลังท้อง 4 เดือนแล้วค่ะ แต่สามีไม่ค่อยใส่ใจเลย ไม่มาดูแล เหมือนไม่ได้รักกัน แต่ก่อนร้องไห้ทุกวัน พอได้ดูพี่เหมียวแล้ว ดีขึ้นมากๆเลยค่ะ ไม่ร้องไห้แล้ว เพราะคิดเพียงว่า จะทำเพื่อลูกค่ะ อยากคุยกับพี่เหมียวจังค่ะ ขอบคุณพี่มากๆๆๆ ตอนนั่งดูพี่ ดูน้ำตาไหลเลยอ่ะค่ะ ว่างๆอยากมีโอกาสคุยกับพี่จังค่ะ
ความคิดเห็นที่  45  โดย: หมูหวาน  2009-02-21 19:02
ชอบพี่เหมียวมากเลยค่ะ
แต่ยังหาตอนสมการความสุข ตอน 2ไม่เจอค่ะ ไม่ทราบดูได้ที่ไหนค่ะ
ความคิดเห็นที่  44  โดย: ธรรมา  2009-02-21 13:50
www.thai.dhamma.org
ความคิดเห็นที่  43  โดย: แซมข้างซอย  2009-02-21 10:48
เรามาพบพระพุทธศาสนา คุณลองที่จะปฏิบัติหรือเข้าใจ คุณลองแบ่งใจให้เข้าใจธรรมมากขึ้น คุณลองเรียนรู้ธรรมให้ถ่องแท้ขึ้น ในขณะที่คุณเรียนรู้ที่จะโกรธ เรียนรู้ที่จะรัก เรียนรู้ที่แสวงหา ศาสนาพุทธและการปฏิบัติธรรมไม่ได้ล้าสมัยอย่างที่คุณคิด รู้สึกชอบที่คุณเหมียวนำธรรมมาคุยได้อย่างเรียบง่ายและฟังง่าย ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ดีดี และขอบอกว่าชอบมาก ถ้าการซื้อ DVD ของคุณเหมียวที่ออกรายการมีส่วนในการร่วมทำบุญ เราว่าจะไปซื้อวันอังคาร ที่เจาะใจ ขอบคุณอีกครั้งกับธรรมประยุกต์ ครับคุณเหมียว
ความคิดเห็นที่  42  โดย: muay  2009-02-21 06:47
ขอบคุณคุณเหมียวค่ะ
เห็นด้วยมากๆค่ะน้องชายก็กำลังมีปัญหาช่วงนี้พอดี
ความคิดเห็นที่  41  โดย: I  2009-02-21 01:24
ปลื้มคุณเหมียวมากครับ
ความคิดเห็นที่  40  โดย: 007  2009-02-21 00:56
ขอขอบคุณ คุณเหมียวอย่างสุดซึ้งที่ให้แง่คิดอักโข
ความคิดเห็นที่  39  โดย: kookai  2009-02-21 00:24
ดีใจที่มีคนอย่างคุณเหมียวมาออกรายการให้ความคิดเห็นบนพื้นฐานของธรรมะ และผ่านประสบการณ์จริงว่าใช้ได้จริง ธรรมะไม่ใช่เรื่องล้าสมัย เชย ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ใครโชคดีที่ได้พบและเข้าใจได้ก่อนสามารถนำมาใช้ได้ทันที แต่ถ้าใครยังไม่พบเห็นหรือเข้าใจ ก้อเป็นเรื่องของสติปัญญาที่มีอยู่ ณ.ขณะนั้นว่าจะช่วยให้พาตัวรอดออกจากเหตุการณ์นั้นด้วยทัศนคติด้านบวกเพื่อผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นออกมา แต่ถ้ามองด้วยทัศนคติด้านลบผลลัพธ์ที่จะออกมามักจะไม่สวย ข่าวร้ายได้ขึ้นหน้าหนึ่ง แต่ข่าวดีไม่ได้มีคนมาช่วยป่าวประกาศ ขอชื่นชมรายการเจาะใจที่ได้นำความคิดในแง่บวกมาเผยแพร่ให้คนที่อยู่ในมุมอับ อย่างน้อยได้เห็นแสงสว่างนะปลายถ้ำได้รอดพ้นออกจากความคิดอันเป็นผลร้ายไม่ว่าต่อตนเองหรือผู้อื่น
ดูความคิดเห็นที่ 4 แล้วบอกได้ว่าธรรมะบอกได้แต่คนที่จะลงม่ือทำคือตัวเอง ถ้าบอกว่าทำไม่ได้ ไม่มีใครสามารถช่วยได้นะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ในทุกเรื่องนะ ต้องช่วยตัวเองก่อน ถ้ามีคนเข้ามาช่วยก็เป็นโชคดี (บุญเก่าทำมาดี) ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรนะ
ความคิดเห็นที่  38  โดย: nut  2009-02-21 00:15
เหมือนดูตัวเองเลย แต่ในเรื่องของอารมณ์โกรธ และใช้ธรรมะเข้ามาช่วยไม่ได้นั่งสมาธิแต่จะไหว้พระแล้วนั่งคิดทบทวนในสิ่งที่ทำไปโดยไม่คิดเข้าเข้าตัวเองและเวลาเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลา
ความคิดเห็นที่  37  โดย: คุณแม่ลูกอ่อน  2009-02-20 22:51
เมื่อคืนกำลังจะหลับ แต่พอเปิดมาดูเจาะใจก็หลับไม่ลง เพราะรู้สึกว่าเรื่องที่เล่ามันคล้ายกับที่ตัวเองเจออยู่ ฟังจบรู้สึกปล่อยวางมากขึ้น คิดเหมือนที่คุณเหมียวบอกว่าเค้าไม่ใช่ของของเรา
ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่ทำให้มีกำลังใจต่อสู้ต่อไปเพื่อลูก
ความคิดเห็นที่  36  โดย: น้อง  2009-02-20 22:35
อยากทำได้อย่างพี่เหมียวจัง
อยากบอกว่า รู้ทุกอย่างที่ทำให้ทุกข์แต่หยุดไม่ได้ที่จะทุกข์เพราะรัก รู้ว่าเค้าไม่ใช่ของเรา เราเองต่างหากที่พยายามยึดมั่นถือมั่นเค้าไว้ ถึงได้เป็นทุกข์ แต่ทำไมตัดไม่ได้ หยุดไม่ได้ ถ้าทำได้คงเป็นสุขกว่านี้
ไม่ใช่ไม่ทำ เคยทำแล้ว แต่ใจอีกนั่นแหละที่ไม่เข้มแข็งพอ พอเค้ามาหรือแค่โทรมาที่ตั้งใจไว้ว่าจะหยุดจะพอ ก็เหลวทุกที
อยากทำได้อย่างพี่จริง ๆ
ความคิดเห็นที่  35  โดย: โอ๋  2009-02-20 20:47
ได้สติเยอะเลยนะค่ะ
ความคิดเห็นที่  34  โดย: รุ่ง  2009-02-20 20:01
แหม...ธรรมมะ
จริง ๆ แล้วก็อยู่รอบ ๆ ตัวเรานี่เอง
เฮ่อ...ไม่เคยมองเห็น
ไม่เคยหยิบมาใช้...

ขอบคุณครับคุณพี่เหมียว..
ความคิดเห็นที่  33  โดย: กาย-ธรรม  2009-02-20 17:43
ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นสิ่งสมมุติ
ใช้สมมุติให้เป็น..และอย่ายึดติดในสมมุตินั้น

ขออนุโมทนาในปัญญาที่เกิดกับทุกคนที่ดูรายการ
ความคิดเห็นที่  32  โดย: we  2009-02-20 16:53
ใครอยากไปปฎิบัติธรรม ลอง serch หา \"วิปัสสนากรรมฐาน\" ก็จะมีอยู่หลายวัด/หลายสถานที่ ที่ให้การอบรม
ความคิดเห็นที่  31  โดย: We  2009-02-20 16:51
.....(ต่อ continue) แต่อยู่ที่ว่าเรามีท่าทีหรือรู้สึกอย่างไรกับมันต่างหาก

แม้ปัญหาจะหนัก แต่ถ้าเริ่มต้นจากการยอมรับมันว่า
เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
ไม่ปฏิเสธผลักไสมันหรือก่นด่าชะตากรรม
ตั้งสติให้ได้แล้วหาทางแก้ไขมัน
แต่ขณะที่มันยังไม่หายไปไหน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

ไม่หวนนึกถึงอดีตอันผาสุก หรือปรุงแต่งอนาคตไปในทางเลวร้าย
ขณะเดียวกันก็ไม่หมกมุ่นอยู่กับปัญหา
หากปล่อยวางมันบ้าง ความสุขก็หาได้ไม่ยาก

นายทหารผู้หนึ่งไปเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานที่ทรงเคยเป็นอุปัชฌาย์ของตนมาก่อน
พอ! ไปถึงประโยคแรกที่กราบทูลก็คือ \" หนักครับ ช่วงนี้แย่มากเลยครับ \"
ว่าแล้วเขาก็ทูลเล่าปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิต

สมเด็จพระสังฆราชทรงฟังอยู่นาน
แทนที่จะตรัสแนะนำหรือปลอบใจ
พระองค์กลับรับสั่งให้เขานั่งคุกเข่า ยื่นมือสองข้าง
แล้วพระองค์ก็เอากระดาษแผ่นหนึ่งวางบนฝ่ามือของเขา
\" นั่งอยู่นี่แหละ อย่าไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมา \"

รับสั่งเสร็จพระองค์ก็เสด็จเข้าไปในตำหนัก
นายทหารนั่งในท่านั้นอยู่นาน จาก ๑๐ นาทีเป็น ๒๐ นาที
สมเด็จพระสังฆราชก็ยังไม่เสด็จออกมา
เขาเริ่มเหนื่อย มือและขาเริ่มสั่น กระดาษชิ้นเล็กๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ
จนประคองแทบไม่ไหว พอสมเด็จพระสังฆราชเจ้าเสด็จกลับมา
ก็ทรงถามว่า \" เป็นไง ?\"

คำตอบของเขาคือ \" หนักครับ พระเดชพระคุณ เมื่อยจนจะทนไม่ไหว \"
\" อ้าว ทำไมไม่วางมันลงเสียละ ?\"
สมเด็จรับสั่ง \" ก็ไปยอมให้มันอยู่อย่างนั้น มันก็หนักอยู่ยังงั้นนะซี
มันจะเป็นอื่นไปได้ยังไง \"

กระดาษที่เบาหวิว แต่หากถือไว้นานๆ
ไม่ยอมปล่อย ก็กลายเป็นของหนักไปได้
แต่ปัญหาถึงจะใหญ่โตเพียงใด
ถ้าไม่ยึดถือเอาไว้ ก็ไม่ทำให้เรา! ทุกข์ได้

ใช่หรือไม่ว่าหินก้อนใหญ่จะกลายเป็นของหนัก
และสร้างทุกข์ให้แก่เราก็ต่อ เมื่อเราแบกมันเอาไว้เท่านั้น
เมื่อมีสติรักษาใจ รู้เท่าทันความคิด ไม่เผลอยึดติดจนจิตหนักอึ้ง
แม้งานจะยาก อุปสรรคจะเยอะ ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้

คัดลอกจาก...ยึดติด [สารคดี กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑]
โดย พระไพศาล วิสาโล
ความคิดเห็นที่  30  โดย: We  2009-02-20 16:45
เมื่อคืนมีแต่รายการเมียหลวง/เมียน้อยทั้ง ช่อง5 กับ ช่อง7 ไม่มีใครอยากจะเป็น แต่อย่างที่คุณเหมียวบอกเป็นเพราะกรรม ที่เราได้กระทำมา ลองอ่าน \"ยึดติด\" ดูนะ
ความคิดเห็นที่  29  โดย: we  2009-02-20 16:43
ยึดติด

โดย
พระไพศาล วิสาโล




สุด .. ได้เลขท้าย ๓ ตัวมาจากหลวงพ่อ เลยแทงไป ๑๕ บาท ปรากฏว่าถูกเผง ได้มา ๖๐๐ บาท เขาดีใจมาก เที่ยวอวดใครต่อใครในหมู่บ้านว่าถูกหวย แต่พอรู้ว่า คอนซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ก็แทงหวย ๓ ตัวถูกเหมือนกัน แต่ได้เงินมากกว่าคือ ๒ , ๐๐๐ บาท เพราะแทงมากกว่า สุดเลยยิ้มไม่ออก หงอยไปทั้งวัน แถมยังโมโหตัวเองที่แทงน้อยไป

ใจ .. ไปเที่ยวไนท์บาซ่า เห็นผ้าพื้นเมืองลายงาม ราคา ๕๐๐ บาท แต่เธอต่อได้ ๓๕๐ บาทจึงคว้าผ้าผืนนั้นกลับโรงแรมด้วยความดีใจ แต่พอรู้ว่าไก่เพื่อนร่วมห้องก็ซื้อผ้าแบบเดียวกันมา แต่ได้ราคาถูกกว่า คือ ๓๐๐ บาท ใจก็หุบยิ้มทันที ไม่รู้สึกโปรดปรานผ้าของตนอีกต่อไป

แม้เราจะมี \" โชค \" หรือได้ของดีที่ถูกใจ
แต่หากไปเปรียบเทียบกับของคนอื่นเมื่อใด
สุขก็อาจกลายเป็นทุกข์ทันที หากรู้ว่าคนอื่นได้มากกว่า ได้ของดีกว่า
หรือได้ของที่ถูกกว่า ส่วนของดีที่เราได้มากลับด้อยคุณค่าไปถนัดใจ

บางครั้งอาจทำให้เราทุกข์กว่าตอนที่ยังไม่ได้ของนั้นมาด้วยซ้ำ
ที่จริงไม่ต้องไปเทียบกับของคนอื่นก็ได้
เพียงแค่เห็นของรุ่นใหม่วางขายหรือโฆษณาตามสื่อต่างๆ
ก็เกิดความไม่พอใจในของเดิมที่มีอยู่ทันที
ทั้งๆ ที่มันก็ยังใช้ได้ดี ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนใจ
ยกเว้นข้อเดียวคือ มันสู้ของใหม่ที่วางขายไม่ได้
ทั้งๆ ที่มีของดีอยู่กับตัว แต่คนเราแทนที่จะพอใจกลับรู้สึกเป็นทุกข์
เพียงเพราะใจไปจดจ่ออยู่กับสิ่งดีกว่า (หรือมากกว่า) ที่ตัวเองยังไม่มี

แต่เมื่อใดก็ตามที่ของชิ้นนั้นเกิดมีอันเป็นไป
เช่นทำตกหล่นหรือถูกขโมยไป เราก็จะกลับมาเห็นคุณค่าของมัน
และนึกเสียใจที่เสียมันไป จะกินจะนอนก็ยังนึกถึงมันด้วยความเสียดาย
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นใน กรณีที่เป็นสิ่งของเท่านั้น
แต่ยังเกิดกับกรณีที่เป็นคนด้วย เช่น คนรัก หรือแม้แต่พ่อแม่และลูก

ผู้คนจำนวนมากไม่เห็นคุณค่าหรือมีความสุขกับคนใกล้ชิด
เพราะไปนึกเปรียบเทียบคนอื่นว่าเขามีพ่อแม่ คนรัก หรือลูกที่ดีกว่าเรา
แต่วันใดที่เราเสียเขาไป เราถึงจะกลับมาเห็นคุณค่าของเขา
และเศร้าโศกเสียใจจนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยทีเดียว
เฝ้าหวนคำนึงถึงวันคืนเก่าๆ ที่เขาเคยอยู่กับเรา

คนเรามักทุกข์เพราะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ยังไม่มี หรืออาลัยในสิ่งที่สูญเสียไป
พูดให้ครอบคลุมกว่านั้นก็คือ
ทุกข์เพราะใจยังติดยึดอยู่กับอนาคตและอดีต
อนาคตและอดีตที่ว่ามิได้หมายถึง
สิ่งดีๆ ที่ยังไม่มีหรือที่เสียไปเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงสิ่งไม่พึงปรารถนาที่ (คาดว่า) รออยู่ข้างหน้า
เช่นอุปสรรค และสิ่งไม่พึงปรารถนาที่พานพบ คำต่อว่า หรือการกระทำ
ที่น่ารังเกียจ

คำตำหนิติเตียนไม่ว่าจะร ุนแรงแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้
หากเราไม่เก็บเอาคิดซ้ำคิดซาก คำพูดเหล่านั้นผ่านพ้นไปนานแล้ว
แต่ที่ยังบาดใจเราอยู่ก็เพราะเราไม่ยอมปล่อยวางมันต่างหาก
ยิ่งคิดคำนึงถึงมันมากเท่าไรก็ยิ่งซ้ำเติมตัวเองมากเท่านั้น

การเอาเปรียบ กลั่นแกล้ง ทรยศ หักหลัง ก็เช่นกัน
แม้เป็นอดีตไปนานแล้ว แต่เราก็ยังทุกข์อยู่กับเหตุการณ์ดังกล่าว
ไม่ใช่เพราะเขายังทำเช่นนั้นกับเราอยู่
แต่เป็นเพราะเราชอบย้อนภาพอดีต
กลับมาฉายซ้ำในใจอย่างไม่ยอมเลิกรา
ย้อนแต่ละทีก็เหมือนกับกรีดแผลลงไปที่ใจ
หยุดย้อนอดีตเมื่อใดใจก็หายเจ็บเมื่อนั้น

อดีตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนอนาคตยังมาไม่ถึง
แต่จะมาถึงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ได้!
แต่บ่อยครั้งเรากลับยึดมั่นสำคัญหมายอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ว่ามันจะต้องเกิด ขึ้นแน่ เท่านั้นยังไม่พอถ้าเป็นเรื่องแง่ลบด้วยแล้ว
เรามักจะวาดภาพไปในทางเลวร้าย
แล้วก็ยึดมันเอาไว้ไม่ให้คลาดไปจากใจ ทั้งๆ ที่ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์

ชายผู้หนึ่งเดินขึ้นตึกไปหาหมอ เพื่อฟังผลตรวจโรค
พอหมอบอกว่า พบก้อนมะเร็งระยะที่สองในปอดของเขา
เขาก็ถึงกับทรุด เข่าอ่อนเดินไม่ได้ กลับถึงบ้านก็กินไม่ได้
นอนไม่หลับ ซึมไปเป็นเดือน

ส่วนหญิงผู้หนึ่ง ป่วยกระเสาะกระแสอยู่นานหลายสัปดาห์
แล้ววันหนึ่งหมอก็บอกว่า เธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่ตับ
จะอยู่ได้ไม่เกิน ๓ เดือน ปรากฏว่าผ่านไปแค่ ๑๒ วัน เธอก็สิ้นใจ
ทั้งสองกรณีไม่ได้ทรุดฮวบเพราะโรคมะเร็งเล่นงาน
แต่เป็นเ พราะใจเสีย ทันทีที่ได้ยินข่าวร้าย
ใจก็นึกภาพอนาคตของตัวเองไปในทางเลวร้าย
ยิ่งผู้ป่วยรายที่สองด้วยแล้ว
เธอนึกไปถึงวันตายของตัวเองเลยทีเดียว
แถมยังปรุงแต่งไปในทางที่มืดมน
เท่านั้นไม่พอเธอยังหมกมุ่นกับภาพดังกล่าวไม่หยุดหย่อน
ทั้งๆ ที่มันยังไม่เกิดขึ้น ผลก็คือถูกความทุกข์ท่วมทับจนมิอาจทานทนต่อไปได้

บ่อยครั้งเราเป็นทุกข์เพราะเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
เช่น การสอบไม่ติดหรือตกงาน
โดยตัวมันเองไม่ก่อปัญหาแก่เรา มากเท่ากับใจที่ปรุงแต่งไปล่วงหน้า
ว่านับแต่นี้ไปชีวิตจะลำบากยากแค้นเพียงใด แล้วจะอยู่ดูโลกนี้ต่อไปได้อย่างไร
แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจพบว่าที่แท้เราตีตนก่อนไข้ไปเอง
เพราะปัญหาต่างๆ ที่ตามมาไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่คิด
สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ปรุงแต่งเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึงเท่านั้น
กับสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า บางครั้งเราก็ปรุงแต่งให้เลวร้ายเกินจริง
เช่น อยู่รีสอร์ตคนเดียวกลางดึก ได้ยินเสียงผิดปกติ
ก็ปรุงแต่งไปทันทีว่าถูกผีหลอก หรือไม่ก็มีคนจะมาทำร้าย
เห็นคู่รักกำลังคุยอย่างสนิทสนมกับชายหนุ่มในร้านอาหาร
ก็คิดไปทันทีว่า เธอกำลังนอกใจ

การคิดปรุงแต่งที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงนั้น
เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่เมื่อใดที่เราหลงยึดว่ามันเป็นเรื่องจริง
เราก็กำลังก่อทุกข์ให้กับตัวเอง
แถมยังสามารถสร้างปัญหาให้แก่คนอื่นได้ด้วย

วัยรุ่นนั่งกินอาหารอยู่หน้าร้าน เผอิญขี้นกหล่นใส่หัว
แต่เขากลับคิดว่าเจ้าของร้านถ่มน้ำลายใส่หัว
จึงทะเลาะกับเจ้าของร้านอย่างรุนแรง
สักพักก็ออกจากร้านแล้วกลับมาพร้อมกับพวกอีกหลายคน
ควักปืนออกมายิงกราด
ถูกภรรยาเจ้าของร้านซึ่งกำลังท้อง ๕ เดือนตายคาที่
กลายเป็นฆาตกรที่ถูกตำรวจหมายหัวทันที

การยึดติดสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นเอง
เป็นที่มาอีกประการหนึ่งของความทุกข์
ทีแรกเราเป็นฝ่ายปรุงแต่งมันขึ้นมา
แต่เผลอเมื่อใดมันก็กลับมาเป็นนายเรา
สามารถผลักใจของเราไปสู่ความทุกข์
และชักนำชีวิตของเราไปในทางเสื่อมได้ง่ายๆ

กี่ครั้งกี่หนที่เราทำร้ายตัวเองและทำร้ายซึ่งกันและกัน
เพียงเพราะหลงเชื่อ ความคิดที่เราปรุงแต่งขึ้นมา
พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ไม่ได้ปรุงแต่งขึ้นมาเอง
แต่เป็นความจริงแท้ๆ จะไม่ก่อปัญหา

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่สร้างความทุกข์แก่เรา
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ อยู่ในขณะนี้
เช่น รถเสีย เงินไม่พอใช้ ทะเลาะกับคนรัก ลูกคบเพื่อนไม่ดี งานไม่ก้าวหน้า
แต่ถ้าเรามัวแต่นึกถึงเรื่องเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะทำอะไร ก็กวาดเอาปัญหาต่างๆ มาครุ่นคิดด้วย
ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวกันเลย เช่น กำลังทำงานอยู่
ก็ไปกังวลถึงรถ ถึงลูก ถึงพ่อแม่ แล้วยังห่วงคู่รักอีก
อย่างนี้แล้วจะไม่ทุกข์ได้อย่างไร

ปัญหาเป็นเรื่องที่ต้องแก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม !
แต่เมื่อใดที่เรากวาดเอาปัญหาต่างๆ มาทับถมจิตใจ
ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลา (หรือไม่ใช่เวลา) ที่จะแก้ไข
ก็เตรียมตัวกลุ้มได้เลย นี้เป็นการยึดติดอีกแบบหนึ่ง

อันที่จริงแม้มีปัญหาแค่เรื่องเดียว
แต่ถ้าหมกมุ่นอยู่กับมันตลอดเวลา ก็ทำให้คลั่งได้
ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเล็กแต่ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่ายๆ
เช่น หมกมุ่นกับสิวไม่กี่เม็ดบนใบหน้าวันแล้ววันเล่า
ก็อาจทำให้เจ็บป่วยหรือถึงกับทำร้ายตัวเองได้

การยึดเอาปัญหาต่างๆ มาทับถมใจ
บางครั้งก็ไปไกลถึงขนาดไปกวาดเอาปัญหาของคนอื่น
มาเป็นของเราเสียเอง เช่น เพื่อนมาปรึกษาปัญหาชีวิต
ก็เลยเอาปัญหาของเขามาเป็นของตนด้วย
จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

เท่านั้นยังไม่พอบางคนถึงกับแบกปัญหาของประเทศมาไว้กับตัว
เลยเป็นเดือน! เป็นแค้นกับสถานการณ์บ้านเมือง
ทะเลาะกับใครไปทั่วที่คิดต่างจากตน
สุดท้ายก็เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาบ้านเมืองไป

การยึดติดที่ลึกไป กว่านั้นคือ การยึดติดในตัวตน
สาเหตุที่เราทะเลาะกับคนที่คิดไม่เหมือนเรา
ก็เพราะเรายึดติดในความคิดของเรา

ความสำคัญมั่นหมายว่านี้เป็น \" ความคิดของฉัน \"
สะท้อนถึงความยึดติดในตัวตน
หรือที่ท่านพุทธทาสเรียกว่า ยึดติดใน \" ตัวกู ของกู \"

นอกจากความคิดแล้ว เรายังยึดติดสิ่งต่างๆ อีกมากมายว่า
เป็นตัวฉันของฉัน อาทิ สิ่งของ บุคคล ชุมชน ประเทศ ศาสนา
มีอะไรมากระทบกับสิ่งนั้น ก็เท่ากับว่ากระทบ \" ตัวฉัน \"
ด่าว่ารถของฉัน ก็เท่ากับด่าฉันด้วย
วิจารณ์ศาสนาของฉันก็เท่ากับวิจารณ์ฉันด้วย

เป็นเพราะเหตุนี้ เมื่อสิ่งของสูญหาย คนรักจากไป
เราจึงอดหวนนึกถึงไม่ได้ เพราะใจยังยึดว่าเป็นของฉันอยู่
จึงยังมีเยื่อใยที่ดึงให้ใจย้อนระลึกถึงอยู่เสมอ
เวลาให้ของแก่ใครไป ความยึดติดในของชิ้นนั้นก็ยังมีอยู่
จึงเฝ้าดูว่าเขาจะใช้ของชิ้นนั้นหรือไม่
ถ้าไม่ใช้ก็รู้สึกเป็นทุกข์ที่เขาไม่ได้ใช้ของ \" ของฉัน \"
ญาติโยมหลายคนจึงไม่สบายใจที่พระไม่ได้ฉันอาหารที่ตนถวาย

ยึดติดในตัว ตนอีกอย่างคือการยึดมั่นสำคัญหมายว่า
ฉันเก่ง ฉันหล่อ ฉันเป็นส.ส. ฯลฯ ไปไหนก็อดตัวพองไม่ได้
อยากแสดงบารมีให้ใครรู้ว่า \" นี่กูนะ \"
อยู่ที่ใดก็ต้องการให้คนชื่นชม สรรเสริญ เคารพ นบไหว้
แต่ถ้าไม่ได้รับการปฏิบัติดังกล่าว ก็จะโมโหขุ่นเคือง
จนอาจคำรามว่า \" รู้ไหมว่ากูเป็นใคร ?\"
ยิ่งเจอคำวิจารณ์ด้วยแล้ว ยิ่งทนไม่ได้เข้าไปใหญ่

การ ยึดติดใน \" ตัวกู ของกู หรือนี่กู นะ \"
เป็นรากเหง้าแห่งความทุกข์ นานัปการ
นำไปสู่การกระทบกระทั่งขัดแย้งและทำร้ายกัน
ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความเครียดบีบคั้นภายใน
เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
ใช่แต่เท่านั้น แม้ได้สิ่งที่พึงปรารถนา
ก็ยังทุกข์เพราะได้ไม่สมใจ หรือทุกข์ที่คนอื่นได้มากกว่า

ที่น่าแปลกก็คือเราไม่ได้ยึดเอาแค่สิ่งดีๆ ที่ถูกใจ
ว่าเป็นตัวกูของกูเท่านั้น สิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกใจ
เราก็ยังยึดเป็นตัวกูของกูอีกเช่นกัน
เช่น ความเจ็บปวด เมื่อเกิดกับกาย
แทนที่จะเห็นว่า กายปวดเท่านั้น กลับไปยึดเอาว่า \" ฉันปวด \"
ความปวดเป็นของฉัน

เมื่อความโกรธเกิดขึ้นกับใจ
ก็ยึดมั่นสำคัญหมายว่า \" ฉันโกรธ \" ความโกรธเป็นของฉัน
ความยึดมั่นดังกล่าวรุนแรงชนิดที่ใจไม่ยอมไปไหน
มัวจดจ่อวนเวียนอยู่กับความปวดหรือความโกรธนั้นๆ อย่างเดียว
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความเผลอของใจ
รู้ทั้งรู้ว่ายึดแล้วทุกข์แต่ก็ยังยึดเพราะขาดสติ
ถ้าใจมีสติ ก็จะไม่เผลอยึดต่อไป

ความปวดความโกรธยังมีอยู่ก็จริง แต่คราวนี้มันทำอะไรจิตใจไม่ได้
เพราะใจไม่โดดเข้าไปให้ความปวดความโกรธเผาลน
เหมือนกองไฟที่ยังลุกไหม้อยู่
แต่ตราบใดที่เราไม่โดดเข้าไปในกองไฟ
หากถอยออกมาห่างๆ เป็นแค่ผู้สังเกตเฉยๆ ไฟก็ทำอะไรเราไม่ได้

สติช่วยให้ใจแยกออกมาอยู่ห่างๆ
จากความเจ็บปวดแ! ละอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
กลายเป็น \" ผู้ดู \" มิใช่ \" ผู้ปวด \" หรือ \" ผู้โกรธ \"
จากความยึดติดกลายเป็นการปล่อยวาง

การปล่อยวางดังกล่าว
คือ หัวใจของการเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งหลาย
เพราะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว
ความทุกข์ทั้งมวลเกิดจากความยึดติด
ยึดติดอดีตกับอนาคต ยึดติดสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นเอง
ยึดติดปัญหาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
รวมทั้งยึดเอาปัญหาต่างๆ มาเป็นของตน
ที่สำคัญคือ การยึดติดในตัวตน
เมื่อใดที่ปล่อยวางจากความยึดติดดังกล่าวได้
ความทุกข์ก็ไม่อาจทำอะไรเราได้อีกต่อไป

สติช่วยให้เรารู้ตัวเมื่อเผลอไปอาลัยอาวรณ์ในอดีต หรือวิตกกังวลกับอนาคต
พาจิตกลับมาอยู่กับปัจจุบันเมื่อรู้ตัวว่า
เผลอไปจมอยู่กับเหตุร้ายที่ผ่านไปแล้ว
คอยทักท้วงใจไม่ให้หลงเชื่อความคิดปรุงแต่ง
เพราะตระหนักว่า ความจริงอาจไ! ม่เป็นอย่างที่คิด
ในยามที่เผลอกวาดเอาปัญหาต่างๆ มาทับถมใจจนหนักอึ้ง

สติช่วยให้เราแก้ปัญหาเป็นเปลาะๆ เป็นเรื่องๆ
ไม่เอาปัญหาใดมาครุ่นคิดหากยังไม่ถึงเวลา (หรือไม่ใช่เวลา) ที่จะแก้
เวลาพักผ่อน ก็พักผ่อนเต็มที่
เมื่อถึงเวลาแก้ปัญหา ก็ใช้ปัญญาอย่างเต็มที่
ไม่มามัวตีโพยตีพาย หรือน้อยเนื้อต่ำใจว่า \" ทำไมถึงต้องเป็นฉัน ?\"

ความทุกข์นั้นไม่ได้อยู่ที่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา
แต่อ
ความคิดเห็นที่  28  โดย: ออย  2009-02-20 15:48
อยากทราบว่าคุณเหมียวไปปฏิบัติธรรมที่ไหนค่ะ
ความคิดเห็นที่  27  โดย: นัท  2009-02-20 14:57
ตอนนี้ฟังความข้างเดียวคุณเหมียวเป็นคนดีจริงๆแต่ทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวสักทีน้า
ความคิดเห็นที่  26  โดย: lady  2009-02-20 14:56
ชอบแนวคิดคุณเหมียวมากๆค่ะ
โดนใจสุดๆ
ความคิดเห็นที่  25  โดย: เล็ก อยุธยา  2009-02-20 14:20
ชอบแง่คิดคุณเหมียวมาก ๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่  24  โดย: talk2me  2009-02-20 14:18
การจะหนุดรไฟนั้น เราต้องหยุดตั้งแต่เริ่มวิ่ง ไม่ใช่หยุดตอนที่วิ่งไปแล้ว ชอบมากเลยอ่ะ โดนใจหลายๆคนค่ะ
ความคิดเห็นที่  23  โดย: KAI  2009-02-20 14:12
อยากได้แผ่นDVDราคาท่าไหร่ค่ะ
ความคิดเห็นที่  22  โดย: นอม  2009-02-20 14:08
อยากให้มาเป็นวิทยากรบรรยาย
ฟรีได้ไหมค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า
ความคิดเห็นที่  21  โดย: เมียหลวง  2009-02-20 14:08
ชอบมากค่ะชีวิตคล้าย ๆ กันมากปล่อยวาง อดทนมาก ๆ เวลาจะช่วยเราได้ ที่สำคัญ กำลังใจจากคนที่เรารัก และคนที่รักเรามากกว่าเขานนั้น
ความคิดเห็นที่  20  โดย: แอ๊ด  2009-02-20 14:06
ชอบมากเลยอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
อยากเจอคุณจัง
ความคิดเห็นที่  19  โดย: pumtakhli@hotmail.com  2009-02-20 14:05
อยากทำได้อย่างคุณ สักวันคงมี..
ขอบคุณที่มีคุณโลกนี้
ความคิดเห็นที่  18  โดย: nu_o  2009-02-20 13:59
ขอบคุณมากค่ะ ที่นำคำพูดดีๆๆ กำลังใจดี มาบอกกันให้คิดได้
เห็นด้วยกับที่การพบกันรักกัน เป็นกรรมที่ต้องทำร่วมกัน อยากไปฝึกวิปัสสนาบ้างค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ความคิดเห็นที่  17  โดย: ปังปอนด์  2009-02-20 13:48
ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆๆ ปัญหาพี่คล้ายๆๆหนูเลยพอดูแล้วหนูอยากจะทำให้ได้อย่างพี่มากเลยคะ และหนูจะต้องทำให้ได้
ความคิดเห็นที่  16  โดย: ...  2009-02-20 13:41
ข้อที่ 4 สัจจะ
ความคิดเห็นที่  15  โดย: เจ  2009-02-20 13:40
ชอบประโยคที่พูดเมื่อคืน ที่บอกว่าให้มองเค้าเป็นพาหนะของความทุกข์ของเรา(หรือเปล่าคะ) อยากจะได้ประโยคเต็มๆอะค่ะ ใครจำได้บ้าง
ความคิดเห็นที่  14  โดย: Mam  2009-02-20 13:38
มีใครจำ อีกข้อได้มั้ยค่ะ ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่  13  โดย: Mam  2009-02-20 13:35
จำได้ว่า 1.ศีลเสมอกัน
2. อดทน
3. เสียสละ
4. จำไม่ได้
5. อดกลั้นที่จะไปมองคนอื่น
ความคิดเห็นที่  12  โดย: m  2009-02-20 13:13
ขอบคุณสำหรับทางธรรมที่ดีของพี่เหมียวค่ะ
ความคิดเห็นที่  11  โดย: ชาตรี ศรีเสริม  2009-02-20 13:11
คุณเหมียวเก่งมาก สาธุขอให้มาคุยที่นี่บ่อย ๆ นะครับ
ความคิดเห็นที่  10  โดย: ก้อย  2009-02-20 12:30
มีสาระมาก ๆค่ะ ขอบคุณคุณเหมียวค่ะ
ความคิดเห็นที่  9  โดย: j  2009-02-20 12:19
ชอบคุณเหมียวจริงๆค่ะขอบคุณรายการเจาะใจด้วยนะค่ะ
ความคิดเห็นที่  8  โดย: numberten  2009-02-20 12:14
ท่านที่ดูรายการเมื่อคืนนี้ กรุณาทบทวนหลักของการอยู่ร่วกันได้ดี 5 ข้อด้วยค่ะ ที่ว่ามีศีลเสมอกัน แล้วอะไรอีกนะคะ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่  7  โดย: คุณหนู  2009-02-20 11:25
เมื่อคืนดูแต่ดูไม่จบค่ะแต่ขอบอก
ว่าสนุกมาก
ความคิดเห็นที่  6  โดย: แฟนพันธ์แท้คุณเหมียว  2009-02-20 11:12
ชอบคุณเหมียว ม๊ากมากคะให้แง่คิดหลายๆ อย่างหากคราวหลังมีเรื่องอะไรดีๆ อย่าลืมเชิญคุณเหมียวมารายการอีกนะคะ ขอบคุณทางรายการเจาะใจที่นำเสนอสิ่งดีๆ ให้ท่านผู้ชมคะและขอบคุณคุณเหมียวที่มาเล่าประสบการณ์ดีๆ ให้เราฟังกันคะ
ความคิดเห็นที่  5  โดย: กิ๊ฟ  2009-02-20 11:01
เมื่อคืนนี้ดูมาค่ะ ดีมาก ๆ อยากทำได้อย่างนี้จัง
ความคิดเห็นที่  4  โดย: เด็กน้อย  2009-02-20 11:00
ชอบมากเลยค่ะ ดูแล้วอยากเข้าวัดบ้าง แค่คิดทีไรก็ทำไม่ได้สักที
ความคิดเห็นที่  3  โดย: ตั้ม  2009-02-20 10:57
ขอบคุณคุณเหมียวมากกกกกกกกก ที่ช่วยนำธรรมะดีๆ ที่ถูกย่อยมาแล้ว ผ่านประสบการณ์ตรงมาเล่าให้ฟัง
ทำให้เข้าใจง่ายและกลืนได้คล่องคอ มันช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจที่เกิดอยู่ตอนนี้ได้มากทีเดียว

มุมมองต่อชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทันทีหลังจากได้ฟังคุณเหมียวเมื่อคืนนี้
ความคิดเห็นที่  2  โดย: ปทุมรัตน์  2009-02-20 10:21
เคยดูคุณเหมียว รายการ ธรรมในใจ ชอบมาก ยิ่งมาดูรายการนี้ยิ่งชอบ การถ่ายทอดชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมาก
ความคิดเห็นที่  1  โดย: jai  2009-02-20 10:18
ชอบคุณเหมียว-วรัตดา ภัทโรดม

 


ชื่อ:
ความคิดเห็น: